ชานชาลารถไฟใต้ดินโซลยามเร่งด่วน ผู้ใช้รถเข็นกำลังรอที่จุดขึ้นรถมีสัญลักษณ์ผู้พิการเกาหลี ผู้พิการทางสายตากำลังเดินตามทางเท้านำทางสีเหลืองด้วยไม้เท้าขาวสู่ลิฟต์ จอ PM 2.5: 29 มีชีวิตชีวา มีศักดิ์ศรี Seoul Metro platform, rush hour. Wheelchair user at accessible boarding zone, Korean accessibility symbol. Blind commuter traces yellow tactile paving with white cane to elevator. Screen doors. PM 2.5: 29. Dignified, energetic.

ขนส่งสาธารณะและการเข้าถึงกรุงโซล การพัฒนาที่ยังคงต้องก้าวไปข้างหน้าไม่เคยหยุด

รถไฟใต้ดินโซลเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

9 เส้นทาง ผู้โดยสาร 7 ล้านคนต่อวัน แต่สิ่งที่ทำให้ระบบนี้น่าสนใจคือ ความพยายามอย่างต่อเนื่องในการทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเคลื่อนย้าย (Mobility Enhancement Act) ปี 2005 ที่กำหนดให้รถโดยสารพื้นต่ำ ลิฟต์ในสถานีรถไฟใต้ดิน พื้นที่สำหรับรถเข็น และแท็กซี่ที่เข้าถึงได้เป็นมาตรฐานบังคับ

กระเบื้องนำทางถูกติดตั้งอย่างแพร่หลายทั่วสถานีรถไฟใต้ดินโซล พร้อมกับประกาศเสียง ป้ายอักษรเบรลล์ และที่นั่งสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ แต่ระบบที่เก่าแก่ที่สุดอย่างสาย 1 ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1974 ยังคงต้องปรับปรุงเพิ่มลิฟต์ในหลายสถานี และบางสถานียังต้องให้ผู้โดยสารออกจากระบบ-แล้วเข้าใหม่เพื่อเปลี่ยนชานชาลา

นวัตกรรมใหม่อย่าง Hi-pass DSRC ที่ดัดแปลงมาใช้สำหรับเข้าสถานีรถไฟใต้ดินแบบไม่ต้องผ่านประตูสำหรับคนพิการ กลับถูกวิจัยในปี 2025 พบว่ายัง “ไม่คำนึงถึงการเข้าถึงสำหรับผู้พิการทางจิตสังคม ผู้ใช้รถเข็น หรือผู้พิการทางสายตาอย่างเต็มที่” ส่วนบริการแท็กซี่ที่เข้าถึงได้ (장애인콜택시) ก็มีให้บริการแต่ยังไม่เพียงพอในช่วงเวลาเร่งด่วน

ในปี 2026 เส้นทางใหม่ 5 เส้นทาง (ซอแฮ ดงบุก วีรเย ซินันซาน และ GTX-A) จะเปิดให้บริการ ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการเข้าถึงอย่างเต็มรูปแบบตามกฎหมาย ขณะเดียวกันโซลเมโทรลงทุน 1 แสนล้านวอนต่อปีเป็นเวลา 3 ปีในการปรับปรุงคุณภาพอากาศในสถานีให้ลดมลพิษลง 30%

เกาหลีใต้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายที่เข้มแข็งและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง สามารถเปลี่ยนโฉมการขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงได้มากขึ้น แต่แม้ระบบที่ดีที่สุดก็ยังมีจุดบอด ความก้าวหน้ามีจริง และช่องว่างก็มีจริง

นี่ถือเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับพวกเรา คือต้องออกกฎหมาย จัดสรรงบประมาณ สร้าง ตรวจสอบ และทำซ้ำ

ให้กำลังใจเพื่อนของเรา เกาหลีใต้ให้เร่งพัฒนาเพื่อให้ทุกคนเท่ากันครับ
ที่มา: Seoul Metro (2024), Lee (2025), Wikipedia