รถไฟใต้ดินโซลเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
9 เส้นทาง ผู้โดยสาร 7 ล้านคนต่อวัน แต่สิ่งที่ทำให้ระบบนี้น่าสนใจคือ ความพยายามอย่างต่อเนื่องในการทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเคลื่อนย้าย (Mobility Enhancement Act) ปี 2005 ที่กำหนดให้รถโดยสารพื้นต่ำ ลิฟต์ในสถานีรถไฟใต้ดิน พื้นที่สำหรับรถเข็น และแท็กซี่ที่เข้าถึงได้เป็นมาตรฐานบังคับ
กระเบื้องนำทางถูกติดตั้งอย่างแพร่หลายทั่วสถานีรถไฟใต้ดินโซล พร้อมกับประกาศเสียง ป้ายอักษรเบรลล์ และที่นั่งสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ แต่ระบบที่เก่าแก่ที่สุดอย่างสาย 1 ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1974 ยังคงต้องปรับปรุงเพิ่มลิฟต์ในหลายสถานี และบางสถานียังต้องให้ผู้โดยสารออกจากระบบ-แล้วเข้าใหม่เพื่อเปลี่ยนชานชาลา
นวัตกรรมใหม่อย่าง Hi-pass DSRC ที่ดัดแปลงมาใช้สำหรับเข้าสถานีรถไฟใต้ดินแบบไม่ต้องผ่านประตูสำหรับคนพิการ กลับถูกวิจัยในปี 2025 พบว่ายัง “ไม่คำนึงถึงการเข้าถึงสำหรับผู้พิการทางจิตสังคม ผู้ใช้รถเข็น หรือผู้พิการทางสายตาอย่างเต็มที่” ส่วนบริการแท็กซี่ที่เข้าถึงได้ (장애인콜택시) ก็มีให้บริการแต่ยังไม่เพียงพอในช่วงเวลาเร่งด่วน
ในปี 2026 เส้นทางใหม่ 5 เส้นทาง (ซอแฮ ดงบุก วีรเย ซินันซาน และ GTX-A) จะเปิดให้บริการ ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการเข้าถึงอย่างเต็มรูปแบบตามกฎหมาย ขณะเดียวกันโซลเมโทรลงทุน 1 แสนล้านวอนต่อปีเป็นเวลา 3 ปีในการปรับปรุงคุณภาพอากาศในสถานีให้ลดมลพิษลง 30%
เกาหลีใต้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายที่เข้มแข็งและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง สามารถเปลี่ยนโฉมการขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงได้มากขึ้น แต่แม้ระบบที่ดีที่สุดก็ยังมีจุดบอด ความก้าวหน้ามีจริง และช่องว่างก็มีจริง
นี่ถือเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับพวกเรา คือต้องออกกฎหมาย จัดสรรงบประมาณ สร้าง ตรวจสอบ และทำซ้ำ
ให้กำลังใจเพื่อนของเรา เกาหลีใต้ให้เร่งพัฒนาเพื่อให้ทุกคนเท่ากันครับ
ที่มา: Seoul Metro (2024), Lee (2025), Wikipedia
