ประเทศญี่ปุ่น 🇯🇵 เพิ่งเผยแพร่หนังสือรายงานสถานการณ์คนพิการ ฉบับปี 2026 (เรวะ 8) ซึ่งเป็นฉบับที่ 33 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 1994 ที่รัฐบาลต้องรายงานต่อรัฐสภาทุกปีตามกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยคนพิการ นี่คือความมุ่งมั่นเชิงสถาบันที่บอกเราว่า สังคมจะเดินหน้าได้จริง เมื่อมีใครสักคนวัดผลและรายงานความจริงทุกปีโดยไม่ขาดตอน 33 ปีไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆ มันคือการสะสมข้อมูลที่ทำให้เห็นแนวโน้มระยะยาว ไม่ใช่แค่ตัวเลขกระโดดขึ้นลงตามรอบเศรษฐกิจ
ตัวเลขในรายงานฉบับนี้มีเรื่องน่ายินดีซ่อนอยู่ การจ้างงานคนพิการในภาคเอกชนทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นปีที่ 22 ติดต่อกัน โดยอัตราการจ้างงานจริงอยู่ที่ 2.41% และมีบริษัท 46.0% ที่เข้าถึงอัตราการจ้างงานตามกฎหมาย บางคนอาจมองว่า 2.41% ดูน้อย แต่บริบทสำคัญคือ ความก้าวหน้าที่ต้องใช้เวลายาวนานถึง 22 ปี มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงข้ามคืน แต่คือการปรับโครงสร้างองค์กร ทัศนคติของนายจ้าง และระบบสนับสนุนที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ทีละปี ทีละรายงาน
และรายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็น “ก้าวถัดไป” อย่างชัดเจน มีบริษัทเพียงประมาณ 3 ใน 10 เท่านั้นที่แจ้งข้อมูลกฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติต่อคนพิการให้พนักงานทราบ และมีเพียงประมาณ 2 ใน 10 ที่จัดอบรมภายในองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจการเงิน การแพทย์ และขนส่งมีอัตราการอบรมสูงสุด ส่วนเหตุผลหลักที่ไม่อบรมคือ ระบบไม่พร้อม บุคลากรไม่พอ และไม่มีสื่อการสอน นี่ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือภารกิจต่อไปหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ กฎหมายผ่านแล้ว แต่การทำให้คนในองค์กรเข้าใจและปฏิบัติตามคืออีกสนามรบหนึ่งที่ต้องใช้เวลาและทรัพยากร
ปีนี้การให้บริการ “สนับสนุนการเลือกงาน” ที่เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2025 มีสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองแล้ว 104 แห่ง รวมถึงผลสำรวจครบ 1 ปีหลังกฎหมาย “ห้ามเลือกปฏิบัติ” ฉบับปรับปรุงมีผลใช้บังคับ และรายงานยังครอบคลุมเรื่องการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ จากกฎหมายคุ้มครองทางพันธุกรรมเดิมและแผนปฏิบัติการสู่สังคมที่ปราศจากอคติ ตัวเลข 104 แห่งอาจฟังดูไม่มาก แต่เมื่อเพิ่งเริ่มต้นปีแรก มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโต และจะขยายตัวต่อไป
เรื่องน่าคิดคือ “การวัดผล” เป็นกุญแจสำคัญของความก้าวหน้า ญี่ปุ่นเลือกที่จะรายงานตัวเลขทุกปี ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง เพราะการมองเห็นสถานการณ์จริงคือเงื่อนไขแรกของการแก้ปัญหา ถ้าไม่มีรายงานนี้ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าอีก 2 ใน 10 ของบริษัทที่เหลือกำลังเผชิญอะไรอยู่ และจะไม่มีทางออกแบบนโยบายให้ตรงจุดได้ครับ
ที่มา: หนังสือรายงานสถานการณ์คนพิการ, ญี่ปุ่น


