เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยกำลังเปลี่ยนไป เมื่อน้องซูกัส กล้าที่จะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง
เหตุการณ์เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้า BTS เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่เธอเดินทางกลับบ้าน ได้พบกับกลุ่มนักเรียนอิตาลีประมาณ 48 คนที่มีพฤติกรรมส่งเสียงดังและก่อความรำคาญบนรถไฟฟ้า เธอใช้ภาษาอังกฤษขอร้องให้พวกเขาช่วยลดเสียงลง แต่กลับได้รับคำตอบที่รุนแรง
กลุ่มนักเรียนตอบโต้ด้วยการชูนิ้วกลาง ทำท่าทางลามก และพูดจาเหยียดหยามคนไทย รวมถึงคำพูดที่ว่า “ขอโทษที่นำเงินมาสู่ประเทศของคุณ” ซึ่งเป็นการดูถูกคนไทยอย่างรุนแรง
เธอตัดสินใจโพสต์คลิ๊ปลงโซเชียล และยังได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ ภายใน 48 ชั่วโมง สถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการถึง 3 ภาษา ทั้งอิตาลี อังกฤษ และไทย
จากนั้นกลุ่มนักเรียนจำนวน 5 คน พร้อมด้วยครูผู้ดูแลและล่าม ได้เดินทางมาพบกับเธอที่สถานีตำรวจเพื่อขอโทษต่อหน้า หลังจากการพูดคุยกันนานกว่า 1 ชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายตกลงยุติข้อพิพาทด้วยดี ตำรวจปรับนักเรียน 4 คน คนละ 1,000 บาท ข้อหาดูหมิ่นสาธารณะ และอีก 1 คนปรับ 2,000 บาท ข้อหาดูหมิ่นและทำท่าลามก
นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ “social impact & social sanction” หรือพลังของสังคมที่ใช้ทั้งกฎหมายและแรงกดดันทางสังคม เพื่อสร้างความยุติธรรม คนไทยเริ่มที่จะ “ไม่ทน ตั้งคำถาม” ต่อสิ่งที่รับไม่ได้อีกต่อไป
ผมหวังที่จะเห็นสังคมไทย นำบทเรียนนี้ไปใช้กับประเด็นอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาในสังคม
เหมือนที่ผมย้ำบ่อยๆ พลังอยู่ที่พวกเราทุกคนครับ
ที่มา: ข่าวท้องถิ่น, สถานทูตอิตาลี
