เพราะเราเท่ากัน | Race for Equality

มีเพื่อนถาม ทำไมผมถึงมุ่งมั่นซ้อม ออกกำลังกายอย่างหนักมาตลอดมากกว่า 3 ปี วันนี้อยากเล่าให้ฟังครับ…

เมื่อก่อนร่างกายผมแสดงอาการไม่ค่อยดีนัก และผมรับรู้ได้ด้วยตัวเองเลยว่า ‘หนัก’ ครับ หากไม่ทำอะไรซักอย่าง รู้เลยว่า ‘ต่อไปเราลำบากแน่’
นี่เลยเป็นที่มาของโครงการ #BESTRONG ที่ผมเริ่มต้นทำอย่างเงียบๆ ครับ

ใครได้ตามฟีดก็จะทราบว่า ผมมีแจ้งไปเข็นรถซ้อมที่สวนสาธารณะบ่อยๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาและแข็งแรงกว่าเดิม และยังเป็นแนวคิดที่ผมใช้และพูดให้น้องๆ ฟังเสมอว่า “คนที่แข็งแรง หมายถึงทั้งร่างกายและจิตใจต้องแข็งแรงไปพร้อมๆ กัน, และเมื่อตัวเราแข็งแรงแล้ว เราก็จะสามารถไปช่วยเหลือคนอื่นๆ ได้” แนวคิดง่ายๆ นี้ ทุกคนทำได้ ไม่ยาก และผมใช้ตัวเองเป็นเครื่องทดลองมาตลอด จนถึง ณ วันนี้ ระยะทางจากการซ้อม 2,346 กิโลเมตรและเดินหน้าสะสมระยะทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลที่ได้นะเหรอครับ จากคนที่สุขภาพไม่ดีเลย กลายเป็นทุกวันนี้ สรุปสั้นๆ ว่า ‘สุดยอด’ ตั้งแต่มีชีวิตมาในโลกนี้ นี่เป็นเป้าหมายแรกครับ

เป้าหมายที่สอง ตลอดมากกว่าสามปี ในการซ้อมวิ่งผมมักใส่เสื้อ #BESTRONG ตลอดเวลา เพราะผมต้องการให้กำลังใจคนรอบๆ ข้าง ผมเชื่อมั่นว่าทุกๆ คนที่เจอผมจะรับความรู้สึก เกิดมีกำลังใจ และช่วยผลักดันให้ทุกคนได้ออกมาออกกำลังกาย และสุดท้ายก็จะมีสุขภาพที่ดีได้อย่างแน่นอน

จากนี้ต่อไป เข้าปีที่สี่ของการออกกำลังกาย เป็นช่วงเวลาที่ผมเริ่มลุยลงสนามแข่ง เพื่อท้าทายตัวเอง
ถือเป็นการเริ่มเปิดฤดูการแข่งขันในระยะมาราธอน ในสนามที่พอจะไปร่วมได้ และด้วยผมเองเป็น ‘นักรณรงค์เพื่อสิทธิและความเท่าเทียม’ สิ่งที่ผมตั้งใจที่สุดในการออกไปแข่งขัน คือ ใช้อุปกรณ์ธรรมดาที่สุด เช่น รถเข็นก็เป็นรถเข็นที่ใช้ในชีวิตประจำวันนี่แหละ ไม่ต้องพิเศษและการออกไปแข่งขัน ก็จะแข่งขันกับคนทั่วไปโดยไม่มีการร้องขอสิทธิพิเศษใดๆ เพื่อแสดงตัวว่า ‘#เราเท่ากัน’ ถึงแม้ร่างกายเราจะไม่เท่ากันเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่การที่ได้ร่วมแข่งกับทุกๆ คนเป็นเรื่องสุดยอดกว่า นี่เป็นเป้าหมายที่สาม

เพราะเราเท่ากัน, เจอกันในสนามแข่งขัน ไปสนุกกันครับ!!

About saba

เราจะเป็น #หนึ่งพลัง ร่วมเปลี่ยนแปลงสังคม
We will be THE ONE who change our country
[มานิตย์ ซาบะ อินทร์พิมพ์]

[Manit Saba Intharapim]
[サバ]