เบื้องหลังคลิ๊ป: แท็กซี่ที่ ‘ทุกคน’ ใช้ได้

หลังจากที่เราปล่อยคลิ๊ป “แท็กซี่ที่ ‘ทุกคน’ ใช้ได้” ออกไป โอ้โห คนดูคนแชร์ทะลุ 2หมื่นแล้ว เยอะมาก คลิ๊ปสั้นๆ ไม่ถึง 2 นาที ไม่ธรรมดาเลยครับ
อยากเล่าให้ฟังว่า ในคลิ๊ปนี้มีอะไรที่แอบซ่อน มีข้อมูลที่ต้องเอามาขยายให้ฟังอีกหลายเรื่องเลย วันนี้เอาซักประมาณหนึ่งก่อนครับ

อย่างแรก คำพูดที่ผมจั่วหัวไว้ “หลังจากที่เรารอคอยมานานแสนนาน…” และเลือกใช้โทนดนตรีประกอบที่ดูแล้วยิ่งใหญ่มาก
บอกเลยว่า คำพูดเป็นคำพูดที่ ‘หนัก’ ไม่น้อยและเป็นเรื่องที่เราดีใจมากครับ
หากเป็นเพื่อนพี่น้องคนพิการ คงเข้าใจในคำและความรู้สึกนี้ไม่ยาก แต่คนที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย ไม่เคยพิการ ต้องเล่าให้ฟัง…

แท็กซี่ ถือเป็น feeder ระยะใกล้ที่สะดวก ตลอดมาหลายๆ สิบปี เรามีแท็กซี่วิ่งอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง ผมเองก่อนมีรถขับก็ใช้แท็กซี่เป็นหลักเช่นกัน
แต่ตลอดมาแท็กซี่บ้านเราก็มีรูปแบบเหมือนรถเก่งส่วนบุคคลทั่วไป กลุ่มคนที่นั่งรถเข็นใช้งานไม่สะดวกเลยครับ
การย้ายตัวเองจากรถเข็นมีเรื่องวุ่นวายเยอะแยะมากมาย ต่อให้เป็นผมที่ยังมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงมาก หากเลือกได้ก็ยังไม่ชอบ เพราะวุ่นวายหลายขั้นตอนครับ

กลุ่มคนที่ลำบากมากกว่า คือกลุ่มคนที่ใช้รถเข็นและมีสภาพร่างกายที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยครับ การขึ้น/ลงรถต้องใช้วิธี ‘อุ้ม’ อย่างเดียวเลย
การอุ้ม ‘ไม่ง่าย’ ทั้งน้ำหนักทั้งวิธีการอุ้ม อย่าถามหาการอบรมที่ถูกต้องเลย เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมาก และอีกหนึ่งปัญหา คือ ‘หากคนพิการเป็นผู้หญิง’ ก็ต้องยอมถูกให้พี่ๆ คนขับซึ่งเป็นผู้ชายอุ้ม นี่เป็นเรื่องที่ไม่โอเคเอาเสียเลย แต่ทุกคนก็อดทน ไม่มีทางเลือกครับ

คนพิการ เป็นกลุ่มคนที่ต้องกล้ำกลืนฝืนทน, ‘เราถูกลืม’ ในทุกๆ เรื่อง ตลอดมา

แท็กซี่ที่ใช้ได้ทุกคน (Accessible Taxi) นี้หลายๆ ประเทศทำแล้วครับ, กรุงเทพเราก็มีรถตู้ wheelchair เป็นโครงการที่ กทม ทำให้บริการฟรี เริ่มมีตั้งแต่ท่านผู้ว่าสุขุมพันธ์แล้ว (เดี๋ยวคุยกันต่อประเด็นนี้…) ญี่ปุ่นผมไปเมื่อ 4 ปีที่แล้วก็ได้รับทราบว่าโตโยต้า ‘เดินหน้า’ ลุยทำแล้วซึ่งเป็นแบบรถแวนขนาดเล็ก และฝั่งอังกฤษก็ทำ ในที่สุดแล้วจู่ๆ เราก็เห็นในเมืองไทย ซึ่งใช้ต้นแบบจากอังกฤษครับ

CABB คือ ชื่อทางธุรกิจ ผมได้ข่าว เห็นวิ่งมานานพอควรแล้ว ได้ใช้หลายครั้ง เพิ่งมีครั้งนี้ได้โอกาสขอให้น้องๆ ที่ทำงานช่วยถ่ายคลิ๊ปให้
แท็กซี่ค่ายนี้จากที่เห็น วางตำแหน่งตัวเองไว้ว่าเป็น ‘VIP แท็กซี่’ ราคาก็เลยแพงกว่าแท็กซี่ทั่วไป…

สำหรับผมแม้จะราคาสูงกว่า แต่เป็นระบบเดียวที่ผมใช้ได้สะดวก แค่นี้ผมก็ดีใจสุดๆ แล้ว เราได้อะไรบ้างในราคาที่เพิ่มขึ้น:
1) ตัวรถออกแบบ เอื้อให้ ‘ทุกคน’ ใช้ได้ สะดวกและปลอดภัย
2) คนขับได้รับการอบรมที่ดี เราสามารถให้คะแนน หรือคอมเม้นท์การให้บริการได้ (สำคัญมาก)
3) ระบบแอ๊ป ที่เอื้อให้เราร้องขอความช่วยเหลือพิเศษตอนเรียกรถได้ เช่น บอกว่าเราเป็นผู้โดยสารนั่งรถเข็น, และเราทราบว่าคนขับเป็นใคร, ให้คะแนน คอมเม้นท์หลังการให้บริการได้ (สำคัญมาก)
4) ระบบการให้บริการมาตรฐานที่สูง รถมีกล้อง ระบบดูแลความปลอดภัย ระหว่างคนขับและผู้โดยสารถูกกั้นไว้ คุยกันผ่านระบบวิทยุภายใน, จ่ายเงินผ่านระบบ
5) รถดูแลสะอาดมากครับ

เอาจริงๆ ราคาที่สูงกว่า สิ่งที่เราได้มาเหลือเฟือครับ, ด้วยระบบใหม่นี้ เราทิ้งปัญหาแท็กซี่ต่างๆ ที่ไม่เคยแก้ได้เลยไว้ข้างหลัง นี่เป็นมาตรฐานใหม่ที่ผมอยากให้เกิดนานแล้วครับ
จากที่คุยกับพี่คนขับทราบว่าตอนนี้ใน กทม วิ่งอยู่เกือบ 500 คัน และภายในสิ้นปีจะมีเพิ่ม 1,000คัน (เป็น EV) ดีงามมาก / เรื่องราคา-หากมีโอกาสผมจะพยายามผลักดันให้ราคาลดลงมาครับ

รถแท็กซี่นี้อาจจะยังใช้ไม่สะดวกกับกลุ่มคนที่นั่งรถเข็นทั้งหมดครับ เช่น รถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีน้ำหนักมาก แต่ผมจะพยายามติดต่อพูดคุยปรับปรุงแก้ไขให้รองรับทุกคนให้มากที่สุด ทั้งนี้ขอบอกกันไว้ชัดๆ ว่า ‘เรา-ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เสียใดๆ กับ CABB’ ครับ ทุกอย่างที่ดี มีประโยชน์ต่อสังคมในภาครวม เราเดินหน้าให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว เพื่อให้คนทุกคนมีสิทธิที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริงครับ

About saba

เราจะเป็น #หนึ่งพลัง ร่วมเปลี่ยนแปลงสังคม We will be THE ONE who change our country [มานิตย์ ซาบะ อินทร์พิมพ์] [Manit Saba Intharapim] [マニト・サバ・インサラピム]