Home / ขนส่งสาธารณะ / การออกแบบเพื่อชีวิต-ที่ดีกว่า ‘ที่ยึดรถเข็น & รถเข็นเด็กบนระบบขนส่งสาธารณะ’

การออกแบบเพื่อชีวิต-ที่ดีกว่า ‘ที่ยึดรถเข็น & รถเข็นเด็กบนระบบขนส่งสาธารณะ’

สะดวก
ปลอดภัย
ผมเพิ่งได้อ่านข่าวสิงคโปร์กำลังทดสอบที่ยึดรถเข็นเด็กบนรถบัส (ตามลิงค์นี้ https://goo.gl/35kdPL)
ผมได้รับผมกระทบในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เพราะนั่งรถเข็น
จากการที่ได้ไปทดสอบใช้งานระบบขนส่งสาธารณะของต่างประเทศหลายรอบหลายครั้ง
ขอเพิ่มเติมข้อมูล และเป็นข้อสังเกตุให้ทีมพัฒนา ตามนี้ครับ:

  1. ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารปกติต้องใช้มาตรฐานเดียวกับรถยนต์ส่วนบุคคล
    อันนี้สำคัญที่สุด เป็นฐานความคิดต้นทางที่สำคัญมากและต้องพูดถึงเป็นอันดับแรก
    คือ “เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ผู้โดยสารต้องปลอดภัยที่สุด”
    ขอให้มี “กฏหมายต้องควบคุม” และ “ต้องมีเข็มขัดนิรภัยตามมาตรฐาน” ไม่ต่างกับรถส่วนตัวทั่วๆ ไป
    คลิ๊ปด้านล่างเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กๆ
    แต่เมื่อหากเป็นใครซักคนในครอบครัวเราอยู่ในเหตุการณ์ มันช่างวิตกจริงๆ
    .
  2. การยึดผู้โดยสาร คนพิการ เด็กอ่อน กลุ่มคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย
    ปัจจุบันเราจะเห็นมีเพียงการยึดตัวรถเข็น(และรถเข็นเด็ก) ไว้
    ซึ่งการออกแบบ ณ ปัจจุบันคิดว่ายังไม่เพียงพอ
    อย่าลืมว่า เมื่อรถต้องหยุดกระทันหัน เช่น ต้องเบรคกระทันหันหรือแม้แต่อุบัติเหตุรถชนกัน
    รถเข็นก็จะไม่ไปไหนเพราะถูกยึดไว้ แต่ตัวคนนี่สิ ก็จะปลิวไปตามแรงเหวี่ยง^^
    .
    การยึดมี 2 ส่วน จำเป็นทั้งคู่ คือ 1) ยึดรถเข็น และ 2) ยึดตัวผู้สาร (ระบบปัจจุบันทำเพียงอย่างแรก !!!)
    การยึดรถเข็นต้องยึดให้มั่นคงมากที่สุด ใช้หลักการคล้ายกันกับการยึดเก้าอี้ของคนทั่วไป
    ส่วนคนที่นั่งรถเข็นหากมีประสบการณ์ได้ลองไปนั่งรถเมล์แล้วจะทราบว่า ‘การเหวี่ยงนั้นสูงมาก’
    การนั่งและทรงตัวให้ได้บนรถเข็น ไม่ง่าย
    ลองคิดดูว่าหากแขนเรา ตัวเรามีแรงฝืนหรือทรงตัวได้น้อยมากๆ ปัญหาการนั่งรถนั้นใหญ่มากแค่ไหน
    .
  3. เวลาในการขึ้น/ลง
    ครับต้องรับทราบก่อนเลยว่า โดยพื้นฐาน ‘คนพิการไม่อยากเป็นประเด็นของสังคมไม่ว่าเรื่องใดๆ’
    การที่ให้คนทุกคนบนรถต้องรอเรานั้น เป็นแรงกดดันและเราไม่อยากให้มี
    แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้การรอเกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
    ซึ่งการยึดเป็นผลกระทบโดยตรง ยิ่งยึดมาก ก็ยิ่งต้องเสียเวลาปลดล๊อคมาก
    .
    อย่างเช่นตอนนี้ รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ 100% ผมไม่ได้ใช้ระบบ saftybelt เลย เพราะเวลาลงนั้นมีน้อยนิด
    และยังเคยเจอว่า รถไฟฟ้าที่เราใช้อยู่บ่อยๆ ออกตัวโดยที่ไม่ได้ดูผู้โดยสาร อันตรายมากๆ นะครับ
    ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่แข็นผมยังแข็งแรง แต่คนที่ไม่แข็งแรงมีปัญหาแน่นอนคับ
เพื่อชีวิต
ที่ดีกว่า
ผมเชื่อมั่นว่าการออกแบบที่ดี สามารถแก้ไขปัญหา ทำได้ไม่ยาก
จะเห็นได้ว่าแทบทุกโพสของเรา โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคนทุกคน
ผมย้ำเสมอๆ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนทุกคน
นอกจากจะต้องใช้ได้อย่างมีความเท่าเทียมแล้ว
ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

เป็นกำลังใจให้ และขอฝากหนึ่งความคิดเห็นด้วยนะครับ
/ซาบะ
AccessibilityIsFreedom
กรุงเทพ, ประเทศไทย
28/06/2017

Video credit :

  • สถานีจราจรเพื่อสังคม FM99.5
  • Channel News Asia

About saba

เราจะเป็น #หนึ่งพลัง ร่วมเปลี่ยนแปลงสังคม
We will be THE ONE who change our country
[มานิตย์ ซาบะ อินทร์พิมพ์]

[Manit Saba Intharapim]
[サバ]

Leave a Reply

Your email address will not be published.