Home / ขนส่งสาธารณะ / การออกแบบเพื่อชีวิต-ที่ดีกว่า ‘ที่ยึดรถเข็น & รถเข็นเด็กบนระบบขนส่งสาธารณะ’

การออกแบบเพื่อชีวิต-ที่ดีกว่า ‘ที่ยึดรถเข็น & รถเข็นเด็กบนระบบขนส่งสาธารณะ’

ผมเคยเจอข่าวสิงคโปร์กำลังทดสอบที่ยึดรถเข็นเด็กบนรถบัส (ตามลิงค์นี้ https://goo.gl/35kdPL) คนนั่งรถเข็นก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จากการที่ได้ไปทดสอบใช้งานระบบขนส่งสาธารณะมาหลายต่อหลายปี ขอเพิ่มเติมข้อมูล และเป็นข้อสังเกตุให้ทีมพัฒนาตามนี้ครับ:

1. ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารปกติต้องใช้มาตรฐานเดียวกับรถยนต์ส่วนบุคคล
สำคัญที่สุด เป็นฐานความคิดต้นทางที่สำคัญมากและต้องพูดถึงเป็นอันดับแรก คือ “เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ผู้โดยสารต้องปลอดภัยที่สุด”
ขอให้มี “กฏหมายต้องควบคุม” และ “ต้องมีเข็มขัดนิรภัยตามมาตรฐานไม่ต่างกับรถส่วนตัวทั่วๆ ไป” คลิ๊ปนี้ https://www.facebook.com/watch/?v=1700805979947223 เป็นอุบัติเหตุตัวอย่าง ที่เมื่อหากเป็นใครซักคนในครอบครัวเราอยู่ในเหตุการณ์ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

2. การยึดผู้โดยสาร คนพิการ เด็กอ่อน กลุ่มคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย
ปัจจุบันเราจะเห็นมีเพียงการยึดตัวรถเข็น(และรถเข็นเด็ก) ไว้ การออกแบบ ณ ปัจจุบันคิดว่ายังไม่เพียงพอ ต้องไม่ลืมว่า เมื่อรถต้องหยุดกระทันหัน เช่น ต้องเบรคกระทันหันหรือแม้แต่อุบัติเหตุรถชนกัน รถเข็นก็จะไม่ไปไหนเพราะถูกยึดไว้ แต่ตัวคนนี่สิ ก็จะปลิวไปไหนแล้ว^^

การยึดมี 2 ส่วน จำเป็นทั้งคู่ คือ 1) ยึดรถเข็น และ 2) ยึดตัวผู้สาร (ระบบปัจจุบันทำเพียงอย่างแรก !!!) การยึดรถเข็นต้องยึดให้มั่นคงมากที่สุด ใช้หลักการคล้ายกันกับการยึดเก้าอี้ของคนทั่วไป ส่วนคนที่นั่งรถเข็นหากมีประสบการณ์ได้ลองไปนั่งรถเมล์แล้วจะทราบว่า ‘การเหวี่ยงนั้นสูงมาก’ การนั่งและทรงตัวให้ได้บนรถเข็น ไม่ง่าย ลองคิดดูว่าหากแขนเรา ตัวเรามีแรงฝืนหรือทรงตัวได้น้อยมากๆ ปัญหาการนั่งรถนั้นใหญ่มากแค่ไหน

3. เวลาในการขึ้น/ลง
ขอให้ทราบเป็นพื้นฐานก่อนเลยว่า ‘คนพิการ ไม่อยากเป็นประเด็นของสังคมไม่ว่ากรณีใดๆ’ การที่ให้คนทุกคนบนรถต้องรอเรา เป็นแรงกดดันและเราไม่อยากให้มี แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้การรอเกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งการยึดเป็นผลกระทบโดยตรง ยิ่งยึดมากก็ยิ่งต้องเสียเวลาปลดล๊อคมาก รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ 100% ผมไม่ได้ใช้ระบบ saftybelt เลย เพราะเวลาลงนั้นมีน้อยนิด และไม่มีทางที่เราจะยึดเองได้ และ จนท เองก็ไม่สามารถดูแลเราได้ขนาดนั้น ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่แข็นผมยังแข็งแรง แต่คนที่ไม่แข็งแรงมีปัญหาแน่นอนครับ

ผมเชื่อมั่นว่าการออกแบบที่ดี สามารถแก้ไขปัญหา ทำได้ไม่ยาก จะเห็นได้ว่าแทบทุกโพสของเรา โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคนทุกคน ผมย้ำเสมอๆ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนทุกคน นอกจากจะต้องใช้ได้อย่างมีความเท่าเทียมแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน สรุปแล้วสำคัญที่สุดในการออกแบบคือ ‘คนที่ได้รับผลกระทบต้องมีส่วนร่วม’ ครับ

เป็นหนึ่งประเด็นที่เราห่วงใยครับ
ซาบะ
Accessibility Is Freedom
28/06/2017

About saba

เราจะเป็น #หนึ่งพลัง ร่วมเปลี่ยนแปลงสังคม
We will be THE ONE who change our country
[มานิตย์ ซาบะ อินทร์พิมพ์]

[Manit Saba Intharapim]
[マニト・サバ・インサラピム]